เมื่อวานนี้เพื่อนนัดเจอกัน ถูกต้องแล้วเรานัดเพื่อที่จะเจอกัน

เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง ก็ออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถเมย์ไปสยามที่นัดหมาย(ให้เลทครึ่งชั่วโมง)

อันนี้เราตั้งใจเลท เพราะปกตินัดกับมันเราจะรอมันครึ่งชั่วโมงเสมอ ฮ่าๆ

แต่แล้ววันนี้ สิบเอ็ดโมงสี่สิบมันก็โทรมาหาเราบอก "เฮ้ยถึงแล้วนะ" <<< เป็นไปได้ไง

เลยบอกมันไปว่า "เออทำไรก็ไปไปก่อนเลยนะ เราคงเลทๆแหละ"

และก็เป็นไปตามคาดสภาพการจราจร เที่ยงวันพฤหัสของกทม.ทำให้เราหลับคอพับไปหลายตื่นในรถเมย์

ได้นั่งมมองนักเรียนมัธยมปลายเดินออกจาก "อุ๊แลนด์"  <<< สำหรับผู้ที่หมดวัยไปนานแล้วจะอธิบายคร่าวๆ

อุ๊แลนด์คือตึกสูงย่านสถานีรถไฟฟ้าพญาไท เป็นแหล่งดูดเงินจากพ่อแม่ผู้ปกครองคาดว่าโดยเฉลี่ยแล้ว

สามปีของมัธยมปลาย น่าจะอยู่ที่ "แสนกว่า" (เทียบจากเพื่อนๆโรงเรียนมัธยมปลายที่เราเคยอยู่)

ปล(ล่วงหน้า). พ่อแม่เราหมดไปประมาณ ครึ่งนึงของค่าเฉลี่ย

จะสรุปประเด็นก็คือมันก็คือแหล่งเรียนพิเศษ ที่กวดกันเข้าไป เพื่อให้ลูกไปเหนื่อยต่อในมหาลัยอีกอย่างน้อยสี่ปี

เราก็ไม่เคยไปเหยียบอุ๊แลนด์หรอกนะ เพราะว่าเราเป็นรุ่นสุดท้ายก่อน อุ๊แลนด์จะเปิดอย่างเป็นทางการหนะ

เราก็นั่งมองเด็กม.ปลายเดินหาอาหารกลางวันกินกัน (ร้านอาหารแถวนั้นได้อานิสงส์เต็มๆ)

น้องๆม.ปลาย (ยังเรียกน้องๆได้ไม่แก่ขนาดนั้น) หลายๆคนก็ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดี

พวกเขาไม่รู้เลยว่า ที่ยิ้มกันในวันนี้ เข้ามหาลัยแล้วรอยยิ้มจะหายไป ฮ่าๆ (อันนี้ก็ล้อเล่นนะ)

สุดท้ายเราก็ไปถึงสยามตรงเวลาที่คาด เที่ยงครึ่งพอดี๊พอด

หยิบมือถือมาโทรหามาน

"เฮ้ยxxอยู่ไหนวะ" // "xอยู่ชั้นหก" // "มาบุญครองหรอ" // "xxxเซนลาดเฟร้ย"

เอาแล้วไงครับ บอกตั้งแต่ต้นแล้วเรานัดเพื่อเจอกัน แต่ไม่ได้นัดว่าจะเจอกันที่ไหน ฮ่าๆ

แต่สุดท้ายด้วยความที่เราเป็นเพื่อนที่ดีก็เลยให้มานมาหาที่สยาม หึๆ

เราก็เลยใช้โอกาสว่างๆคนเดียวนี้ เดินเล่นซะหน่อย ร้างราจากสยามไปนานร่วมสองปี

สยาม(เมื่อวานนี้) ต่างจากสยามเมื่อสองปีที่แล้วของเราค่อนข้างมากเลยทีเดียว

สาเหตุหลักก็คงมีอยู่เรื่องเดียวแหละ นักเรียนเขาไป "อุ๊แลนด์" กันหมด อาจเป็นเพราะมานเป็นวันธรรมดาด้วย

แต่ถึงเป็นวันธรรมดามานก็ปิดเทอมนะเฟร้ย มันต้องมีเด็กโดดเรียนออกมาเดินเล่นสิ ฮ่าๆ

เดินเล่นเปลี่ยวๆในสยามที่โล่งๆสักพัก ฝนก็น่ารัก เทลงมาอีกแล้ว ไม่น่าบอกเลยว่าชอบฤดูฝน

เราก็ภาษาคนชอบโดนฝนสาด(เบา)ใส่ ก็เลยเดินเล่นตามชายคาของร้านค้าสยามไปเรื่อย

จบดีกว่า ขี้เกียจเขียนต่อแล้ว หุๆ ง่ายดีไหม

ในวันที่เดินตากฝน

posted on 25 Sep 2009 18:45 by isostar

เดินตากฝนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่???

คำถามนี้ถ้าถามเรา คำตอบคือจำไม่ได้แล้ว~~~

วันนี้เป็นวันศุกร์ได้กลับบ้านเสียทีหลังจากใช้ชีวิตในหอพักมาทั้งสัปดาห์

ปกติเราจะกลับบ้านดึกๆเพื่อหลีกหนีการจราจรที่แสนจะติดขัดในเย็นวันศุกร์

แต่ วันนี้ไม่ปกติตรงที่ว่าทำงานเสร็จเร็วเกินไปจนเลิกเรียนตั้งแต่ บ่ายสองสี่สิบ

เลยเปลี่ยนแผนรีบเก็บของยัดใส่เป้เผ่นกลับบ้านทันที ฮ่าๆ

ปกติทางกลับบ้านของเราคือ "เรือด่วนเจ้าพระยา >>> รถไฟฟ้า BTS >>> รถตู้"

วันนี้ด้วยความที่เลิกเร็จจัดเลยอยากลองทางใหม่ๆดูบ้าง

คิดว่ากะจะนั้ง 59 ยาวถึงบ้านจากสนามหลวง คงจะได้นั้งฟังเพลง และหลับไปในรถหลายตื่นอยู่

ขณะกำลังเดินอยู่ที่ท่าพระจันทร์นั้นเอง ก็เจอ 53 วิ่งผ่านมาเลยเปลี่ยนแผนกะทันหันโดดขึ้นไปเลย

แล้วก็ไปต่อ 12 จะไปอนุสาวรีย์ 12 ที่ขึ้นนั้นเป็นสีเขียวๆคันเล็กๆ (mini bus นั้นแล)

คนขับหน้าเด็กมากกกกกกกกกกกกกก ขับนี่ยังกะจะเอาแชมป์วิ่งควาย ฮ่าๆ เร็วโคตร

ถึงเขาจะขับเร็วยังไงในความรู้สึกของเราก็ว่ามันช้าอยู่ดีแหละ เมื่อเทียบกับท้องฟ้าที่มืดเอาๆ

วันนี้มีความประทับใจบทรถด่วนคันนี้ด้วยหละ ปกติเราชื่นชมคนที่เสียสละที่นั่งอยู่แล้ว

วันนี้เป็นเด็กหญิงประถมต้น ขึ้นรถมาคนเดียว (เก่งจัง) เราก็กำลังจะลุกแล้วหละ

แต่ผู้ชายริมประตูไวกว่า สะกิดน้องตั้งแต่ขายังไม่เหยียบพื้นรถเลยมั้ง แล้วลุกให้ (ปรบมือให้ในใจ)

โดยปกติเราจะลุกให้ เด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา ส่วนสตรีทั่วไปนั้นแล้วแต่โอกาส
เพราะเคยมีความประทับใจไม่ดีอยู่นิดหน่อย <<< ดูไม่ดีเนอะ แค่ครั้งเดียวทำอะไรเปลี่ยนไป

ขอบ่นหน่อยแล้วกัน เราเคยลุกให้ผู้หญิงคนหนึ่งก็ที่จริงไม่ได้เจาะจงแหละ แค่เหนผู้หญิงขึ้นมาเลยลุกไปยืน
ไม่ได้เรียกใคร แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปนั่ง นั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่
พอเรายืนโหนอยู่นั้น ได้ยินผู้หญิงอีกสองคนนินทาเรา ฮ๊ากๆๆๆ แค้นๆ
บอกดูสิ เห็นผู้หญิงสวยนี่ลุกให้เลย <<< เกือบตอบไปแล้วคิดงี้ถึงไม่มีคนลุกให้ ฮ่าๆ ดูแย่เนอะ

กลับเข้ามาที่เรื่องของวันนี้ดีกว่า เราก็ชื่นชมผู้ชายคนนั้น หลังจากนั้นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดมาที่สุดก็เกิดขึ้น

ฝนเทลงมาอย่างไม่เกรงใจคนไม่มีร่มอย่างช้านเลย (คิดในใจตรูจะทำไงเนี่ย)

ฝนก็สาดสิครับนั้งอยู่ริมหน้าต่างเนี่ย  เราก็เอาหน้าต่างลงมาครึ่งนึงกระเป๋าสั่งว่าอย่าปิดหมด

(แต่หน้าต่างอื่นเขาปิดสุดกันหมดเลย อ่ะ แล้วจะเอาอากาศที่ไหนหายใจ)

ปิดไม่หมดฝนก็สาดสิครับ ก็นั่งให้ฝนสาดเล่นไป ใจก็คิด "ตรูจะปิดดีไหมนะ"

ขณะที่กำลังตัดสินใจไม่ได้นั้น ผู้ชายที่เราชื่อชมก็หันมาหาแล้วบอกว่า "ช่วยปิดไหมครับ"

(ถ้าตรูชอบผู้ชายคงกรี๊ดสลบไปแล้ว พอดียังชอบเพศตรงข้ามอยู่)

ก็ขอขอบคุณแล้วกันที่ช่วยทำให้เราดูเห็นแก่ตัวน้อยลง ไม่ได้ปิดหน้าต่างเอง ฮ่าๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ถึงเวลาที่ไม่อยากให้ถงที่สุด คือ "การลงรถเมย์ ขณะฝนตกหนักมาก และไม่มีร่ม"

ก้าวลงก็เปียกเลยครับ รีบวิ่งไปหาป้ายรถเมย์ที่ใกล้ที่สุด แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่น่าประทับใจขึ้น

มีพระอยู่รูปหนึ่งนั่งในป้ายรถเมย์ ซึ่งตอนนั้นก็ฝนตกหนักอ่านะ ก็พระนั่งอยู่ทางซ้ายมือ

มีกลุ่มนักศึกษาผู้หญิงยืนหลบฝนห่างๆจากพระอยู่ทางขวามือของป้ายรถเมย์

และมีสาวประเภทสองยืนอยู่หน้าพระ ซึ่งเราก็อยู่ถัดมาจากสาวประเภทสองคนนั้นหน่อยมาทางซ้าย

พระรูปนั้งก็เหมือนจะลุกขึ้นแล้วเอาย่ามที่มีของบรรจุอยู่เต็มไปชนกับสาวประเภทสองคนนั้น

จังหวะแรกทุกๆคนก็คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญแหละ แต่พอพระรูปนั้นลุกขึ้นมาได้ก็เอาย่ามไปชนอีก เห็นได้ว่าตั้งใจ

แล้วก็เริ่มด่าสาวประเภทสองคนนั้นด้วยถ่อยคำหยาบคาย(มาก) ไม่รู้ว่ามีเบื่องหลังอย่างไรนะครับ

แต่ภาพที่เห็นคิดว่าไม่เหมาะสมอย่างมาก (ทำไมพักนี้เจอแต่คนด่ากัน)

เราก็เลยเดินออกจากป้ายรถเมย์นั้นแบบไม่คิดอะไรเลย ตากฝนก็ช่างแต่ไม่พอใจที่จะอยู่ในป้ายน้นแล้ว

ก็เลยเดินตากฝนไปขึ้นสะพานลอยที่มันวงรอบอนุสาวรีย์ ขณะเดินตากฝนไม่รู้ในหัวคิดอะไรอยู่เหมือนกัน

รู้สึกหนาวๆ(ลมแรงมาก) เปียกๆ แต่มีความสุข รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เดินยิ้มตากฝนอยู่นั้นแหละ

(คนผ่านไป ผ่านมาอาจคิดว่ามันบ้าได้)

สุดท้ายก็เดินเข้าไปหลบฝนในสถานีรถไฟฟ้า BTS โทรบอกแม่ สะดวกมารับไหม โชคดีที่แม่สะดวก

ไม่งั้นคงต้อง รอให้ฝนหยุด แล้วรอไปขึ้นรถตู้กลับบ้าน

เลยเดินตัวเปียก แต่มีความสุขขึ้น BTS ไปหมอชิต รอแม่มารับกลับบ้าน  ~~~

รับออกบริจาคใหญ่

posted on 24 Sep 2009 12:26 by isostar

23 กันยายน 2552

วันรับออกบริจาคใหญ่เนื่องในวันมหิดล

นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตบางกอกน้อย (ศิริราช) ได้หยุดเรียน (เย่ๆ)

วิทยาเขตนี้ประกอบไปด้วยสามคณะ

คณะแพทยาศาสตร์ศิริราชพยาบาล // คณะพยาบาลศาสตร์ // คณะเทคนิคการแพทย์

แต่วันนี้ได้คณะ คณะกายภาพบำบัด มาช่วยออกรับบริจาคด้วยอีกแรง

วันนี้เราก็เป็นส่วนหนึ่งของสายออกรับบริจาค โดยเราได้ไปสายพหลโยธิน
(ที่จริงอยากไปสายอื่น แต่คนมันขาด)
สถานที่แรกที่ไปก็คือ บริษัท ปตท.สำนักงานใหญ่ (ตรงข้ามเซนทรัลลาดพร้าวอ่ะ)
กลุ่มกับบริจาคของเรา 9 ชีวิตเดินเข้าไปใน ปตท.อย่างเอ๋อๆ โดนคุณยามส่งไปส่งมาที่ต่างๆ - -"
(แต่ระบบต่างๆของคุณยามที่นี่เขาจัดได้ดีนะ)
แต่สุดท้ายเมื่อได้โทรไปหาพี่ที่ติดต่อไว้ ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่าย พี่เขาลงมาดูแลพวกเราด้วยตัวเองเลย
(ทั้งๆที่เป็นผู้บริหารระดับสูงพอสมควรทีเดียว)
จัดโต๊ะรับบริจาคให้ พาเดินชมสถานที่ แนะนำจุดต่างๆที่มีพนักงานผ่านไปมาบ่อยๆให้
(ถ้าเขาไม่เห็นข้าวกล่องที่เอาไป จะเลี้ยงข้าวเที่ยงด้วยแหนะ)
ช่วงแรกยังเป็นเวลา ใกล้เที่ยงอยู่เลยไม่มีใครเดินไปมามากนัก พวกเราก็เลยนั่งมึนๆกันไปก่อน
พอ สิบเอ็ดโมงครึ่ง ก็ออกลุย!!!

จุดที่เราไปยืนคือหน้า ปตท.สผ. เวลาพักกลางวันมีพนักงานมากมายเดินไปทานข้าวกลางวัน
ฉะนั้นย่อมเป็นจุดที่ดีในการยืนขอรับบริจาค
เสียงพวกเราก็เริ่มดังขึ้น
"สวัสดีครับ ขอเชินชวนร่วมบริจาคเงิน เนื่องในวันมหิดล
รายได้ทั้งหมดนำเข้าศิริราชมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ในโรงพยาบาลศิริราช"
พวกเราได้รับความสนใจพอสมควรเลย เย่ๆ

ถ้ายังไม่ทราบ เราเรียกว่าการออกรับบริจาค ไม่เรียกการขายธง
บริจาคครบ 20 บาทได้ธงฝืนเป็นที่ระลึก // ครบ 300 บาทได้ธงพร้อมเสาเป็นที่ระลึก
ธงมหิดลนั้นเป็นน้ำพักน้ำแรงของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ที่ช่วยกลุ่มอาสาฯของมหาวิทยาลัยทำ
ขั้นตอนทุกอย่างเป็นงาน handmade เกือบจะ 100% (ไม่ได้ทอผ้าเองก็แค่นั้น ฮ่าๆ)
ก็เริ่มจากการตัดผ้า // เอาไป screen // เอาไปตากรอให้แห้ง // ขีดเส้น // ตัดตรง // ตัดซิกแซก //เย็บจักร // ตัดหูธง // ผูกเชือก // ร้อยเสา(ก้านธง) // QC (แน่นอนเรามี QC ธงที่ถึงมือผู้บริจาคได้มาตรฐานทุกผืน) //
สุดท้ายก็ packaging // เสร็จ

โดยธงนั้นไปทำได้ทุกวันที่ห้องกลุ่มอาสา (แต่ไม่ค่อยได้โผล่หน้าไปช่วยเขาเท่าไหร่)
แต่ ทุกวันศุกร์จะมีการทำธง overnight เปิดโรงงานนรกที่ใต้หอประชาฯ ทำกันยันเช้าวันรุ่งขึ้น
(อันนี้ไปร่วมบ่อย แต่ถึงเช้าแค่ 2 ครั้งเอง

มาต่อกันที่เรื่องรับบริจาค ครั้งนี้มีเรื่องประทับใจที่อยากเล่าต่ออยู่บ้าง

1.พอเรามาถึง พี่ปตท.ที่มาต้อนรับ ก็สั่งฝ่ายสถานที่หรืออะไรนี่แหละให้หาแม่บ้านมาจัดโต๊ะให้
โโยเขาได้บอกกับพวกเราว่า "เวลาจะใช้งานใคร ถึงจะใหญ่กว่าโดยตำแหน่งอยู่แล้ว แต่การใช้งานก็คือการขอให้เขาช่วยเหลือ เราจึงต้องโน้มลงไปหาเขา แต่จะโน้มยังไงให้สูงกว่านั้นแหละประเด็น"

2.ขณะยืนรับบริจาคอยู่มีผู้ชายคนนึงเดินมาหา และหยอดแบงค์ 1000 ลงไป
ตอนนั้นธงเสาหมดพอดีบอกคุณอา(ลุง)คนนั้นว่า "รอแปปนะครับ เดี๋ยวเอาธงเสามาให้"
คุณอา(ลุง)คนนั้นบอกว่า "ไม่เป็นไร ขอแค่เป็นหมอที่ดีก็พอแล้ว" <<< มันโดนครับ

3. มารับบริจาคที่ปตท.นี่เจอรุ่นพี่มหิดลพอสมควรเลย โดยจะเป็น SC กับ EG (ไม่ใช่เด็กมหิดลไม่รู้จักหละสิ)
SC คือ คณะวิทยาศาสตร์ // EG คือคณะวิศวกรรมศาสตร์เขาจะเดินเข้ามาหาเราเองเลย และก็บอกว่า
"พี่ก็มหิดล" // "ทำธงกันถึงเช้าป่าวเนี่ย" // "คิดถึงตอนเรียนจัง"
ถึงพี่ๆจะหยอดไม่หนัก (เพราะยังดูหนุ่มๆสาวๆกันอยู่เลย) แต่ก็รู้สึกดี

ปตท.เขาดูแลเราดีมาก บอกว่าตอนบ่ายจะไปรับบริจาคที่ไหนต่อจะเอารถไปส่ง = =
(ปตท.นี่คือ(อีก)เป้าหมายหนึ่งในชีวิตเรา ถ้าไม่ได้เลือกทางนี้)
แทบอยากจะลาออกไปเรียนวิศวะเลย ฮ่าๆ <<< พูดเล่นนะ

มาต่อกันที่ภาคบ่าย สายของเราถูกแบ่งออกเป็นสองสายไปโรงพยาบาลสองแห่ง
คือ เปาโลเมโมเรียล และอีกแห่งขอสงวนนามไว้

กลุ่ม(เล็ก)ของเราไปโรงพยาบาลที่สงวนนามไว้
ขอกล่าวก่อนนะครับว่า ปีที่แล้วก็มีการมารบบริจาคที่นี่และ มีแต่คำชมเชยว่าที่นี่ดีมาก
แต่เราคงโชคร้ายที่เจอจังหวะไม่ค่อยดีเท่านั้นเอง แฮ่ๆๆ(หมายความว่าจะบ่น)

เริ่มจากก่อนเข้าโรงพยาบาลโทรหาพี่ที่ติดต่อไว้ พี่บอกว่าไปที่ information เลยฝากเรื่องไว้แล้ว
เราก็เดินไปที่ informationทุกคนทำหน้างง และบอกให้เราไปที่สำนักงานของโรงพยาบาล
เราก็บอกเขาว่า "พี่ที่ติดต่อฝากเรื่องไว้ที่นี่แล้วใช่ไหมครับ" เขาก็บอกว่า "เชิญที่นั้นค่ะ" (ตูไปก็ได้)
พอไปถึงสำนักงาน ทุกคนก็งงๆ พี่ที่เราติดต่อด้วยไม่ออกมาพบ
ฝากผ่านพนักงานสักคนมาบอกว่า "ไป informationเลยฝากเรื่อไว้แล้ว"
เราก็เลยบอกไปว่า "เขาเพิ่งให้ผมมาที่นี่เองครับ" ก็หายไปอีกสักสิบนาที ก่อนมาใหม่
บอกว่า "ไปได้เลย ให้ไปหาพี่ xxx" เราก็ไปที่ information ใหม่ถามหาพี่ xxx พี่เขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นอ่านะ
แต่กว่าจะตอบรับนี่นึกว่าไม่อยู่ = = เขาก็พูดๆแนะนำนึกหน่อย
"เดินตาม เคาร์เตอร์ได้เลย ส่วนผู้ที่มาใช้บริการก็แนะนำตัวแล้วก็ขอรับบริจาคได้"
เราก็เดินตามเคาร์เตอร์ ทั้งพนักงานและพยาบาลที่นี่ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่ ดูไม่สนใจเลย ทำเฉย - -
เราเลยเปลี่ยนเป้าหมายเป็นผู้ที่มาใช้บริการ ทันใดนั้นเอง

คุณ รปภ.ก็เดินมา ขอเชิญที่ห้อง รปภ. หน่อยครับ = =  (ช้านไปทำไรผิด)
แล้วก็ขอตรวจจดหมาย โทรเช็คนู่นนี่ สิบนาทีก็บอกว่า
"ขอบคุณมากครับ แต่กรุณาอย่าไปขายผู้ที่มาใช้บริการ ถ้าเขาไม่เรียกเพราะจะเป็นการรบกวน"
บรรยากาศเลยกร่อยไปอีก

แต่ขอบอกไว้นะครับว่าบางหวอดของที่นี่ก็ดีมากครับ หูคอจมูก // เด็ก // ออร์โธปิดิกส์
ประทับใจครับ คุณหมอทุกท่านก็ขอบคุณมากครับ หยอดกันหนักดีมาก ฮ่าๆ และพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง
ยิ่งถ้าเจอรุ่นพี่นี่รู้สึกอบอุ่นมาก

เนื่องด้วยความไม่ค่อยประทับใจ รวมถึงธงที่เปาโลกำลังจะหมด พวกเราทุกคนจึงย้ายไปเปาโลกันให้หมดเลย
ที่นี่กลุ่มเพื่อนเขาเราที่ออกรับบริจาคอยู่ก่อน นั่งรออยู่(เพราะธงหมด) แต่ทุกหวอดที่นี่เฮฮามาก เป็นกันเอง
พูดคุยกันสนุกสนาน ถึงไม่บริจาคก็ไม่เป็นไร แค่ยิ้มแย้มต้อนรับก็พอแล้ว

จบวันไปอย่างเหนื่อยๆ กลับถึงหอนอนยาวถึงเช้าเลย (แต่อาบน้ำนะ)

ปล.เป็นอย่างนี้ทุกทีที่แรกเขียนซะยาว ที่หลังๆนี่ขมวดรีบจบเพราะขี้เกียจจะเขียน = =

อ่ะรูปบรรยากาศการทำธงมหิดล (ถ่ายไว้นานแล้ว)

 

 

 

 

edit @ 24 Sep 2009 19:13:15 by IsoStar